มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยด้านพระพุทธศาสนาได้ปฏิบัติภารกิจด้านการผลิตบัณฑิต การวิจัย การบริการวิชาการแก่สังคม และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม มาเป็นเวลามากกว่า ๑ ศตวรรษ มีวิวัฒนาการตามลำดับโดยสังเขป ดังนี้
พ.ศ.๒๔๓๐ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๕ ทรงสถาปนา “มหาธาตุวิทยาลัย” ขึ้นที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ และมีการใช้คำว่า “วิทยาลัย” เป็นครั้งแรก
พ.ศ.๒๔๓๒ เปิดสอนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน โดยมีสมเด็จพระวันรัต (ฑิต อุทยมหาเถร) เป็นนายกสภามหาธาตุวิทยาลัย
พ.ศ.๒๔๓๙ เปลี่ยนนาม “มหาธาตุวิทยาลัย” เป็น “มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย”
พ.ศ.๒๔๙๐ พระพิมลธรรม (ช้อย ฐานทตฺตมหาเถร) อธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์
ได้จัดประชุมพระเถรานุเถระฝ่ายมหานิกาย จำนวน ๓๗ รูป เมื่อคืนวันที่ ๙ มกราคม
เพื่อดำเนินการจัดการศึกษาพระไตรปิฏกและวิชาชั้นสูงระดับมหาวิทยาลัย
เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พ.ศ.๒๔๙๔ เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรีคณะแรก คือ คณะพุทธศาสตร์ เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฏาคม ใช้ชื่อปริญญาว่า “พุทธศาสตร์บัณฑิต” (พธ.บ.) โดยมีพระพิมลธรรมเป็นนายกสภามหาวิทยาลัย
พ.ศ.๒๕๑๒ มหาเถรสมาคมได้ออกคำสั่งให้การศึกษาของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย
พ.ศ.๒๕๒๗ รัฐบาลออกพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการพระพุทธศาสนาและ
ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) จากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์
พ.ศ. ๒๕๓๑ เปิดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา (พธ.ม.) เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน
พ.ศ. ๒๕๔๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน
พ.ศ. ๒๕๔๐ และประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม
พ.ศ. ๒๕๔๐ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ จึงมีชื่อตามกฎหมายว่า “มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย” มีสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ และเป็นนิติบุคคล
|